“มังคุด”สยบมะเร็งร้าย

หากใครเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายคงคิดว่าชีวิตนี้แทบไม่มีหวังคง ไม่มีอะไรดีไปกว่า การใช้เวลาที่เหลืออยู่กับการตั้งรับความ “เจ็บป่วย” รวมถึง “ความตาย” ที่กำลังย่างกรายเข้ามาด้วยสติ แต่นั่นคือในอดีตยุคนี้วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่สร้างทางเลือกแห่งความสุขในการมีชีวิตอยู่อย่างมี “คุณภาพ” ให้กับผู้ป่วยมะเร็งได้สำเร็จและที่น่าทึ่งก็คือความสำเร็จนี้เป็นฝีมือ “นักวิจัยไทย” และเป็นครั้งแรกของโลกกับการคิดค้นสูตรสารธรรมชาติจากมังคุดช่วยต้านมะเร็ง

เรื่องนี้ ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าศูนย์วิจัย และพัฒนามังคุดไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า “สูตรสารธรรมชาติ” หรือ “Balancing lmmunity – BIM”
เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) กับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช) ได้นำเอาสารสกัด GM-1 จากเปลือกมังคุดที่คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ศึกษาไว้เมื่อ 38 ปีที่แล้วมาพัฒนาต่อยอด

โดย GM-1 มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะราคาแพง โดยลดการอักเสบได้เป็น 3 เท่าของแอสไพริน มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี และสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนำมารวมกับสารสกัดจากฝรั่ง งาดำ ถั่วเหลือง ใบบัวบก และเนื้อมังคุด ก็จะได้สารอาหารเสริมชนิดที่ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลจนสามารถต้านมะเร็งได้

ซึ่งราชินีผลไม้ไทยอย่าง “มังคุด” มีคุณประโยชน์ที่มนุษยชาติต้องทึ่ง จากผลการทดลองในห้องแลปของศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มช. ระบุชัดว่า สูตรสารธรรมชาติ BIM ที่ผสมสารสกัด GM-1 จากมังคุดที่ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทยคิดค้นขึ้นช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 ที่ทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทานในการกำจัดโรคในเซลล์อาทิ เซลล์มะเร็ง เชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงไวรัส และเม็ดเลือดขาวชนิด Th17 ภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคนอกเซลล์หรือแม้แต่การเกิดเซลล์มะเร็งตามที่นัดภูมิคุ้มกันวิทยาได้ศึกษาไว้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

ศ. ดร.|พิเชษฐ์ เล่าต่อว่า สวนน้ำเนื้อและเมล็ดมังคุดสกัดเข้มข้น 80% ที่ทางศูนย์ วิจัยและพัฒนามังคุดไทย คิดค้นมา ยังทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Treg มีฤทธิ์ช่วยจัดระเบียบให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันอย่างสมดุล มีหน้าที่ยับยั้ง ไม่ให้เม็ดเลือดขาวชนิด Th1 และ Th17 ที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเองหรือเป็นโรคภูมิแพ้มีมากเกินไป ซึ่งหวังกันว่านวัตกรรมนี้จะเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจากหลากหลายปัจจัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น